Design By : Bangmunnak Hospital

บันทึกสรุปผลการเรียนรู้จากการฝึกอบรม

หลักสูตรการบริหารกระทรวงสาธารณสุข: การคิดเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Planning) บูรณาการกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning)

       1. ปรัชญาและเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงาน (The Big Picture)

            หลักสูตรได้วางกรอบแนวคิดโดยยึดเป้าหมายสูงสุด 3 ประการ ได้แก่ ประชาชนมีสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุขในการทำงาน และระบบสุขภาพมีความยั่งยืน -

          - One Plan One Goal: แนวคิดการสร้าง "เส้นด้ายทองคำ" (Golden Thread) เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมระดับพื้นที่ เช่น การคัดกรองโรคในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด นโยบายกระทรวง (MOPH PLUS+) และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน

          - Local Calibration: การปรับนโยบายระดับชาติให้สอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างเช่น จังหวัดขอนแก่นที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสังคมผู้สูงอายุและการแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งท่อน้ำดี

       2. กระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์ 8 ขั้นตอน (Strategic Planning Process)

          การเรียนรู้เน้นวงจรการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวิเคราะห์สถานการณ์จนถึงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย

          - Strategic Need Analysis: การวิเคราะห์ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ผ่านมิติ PSB (Policy, Stakeholders, Business)

         - Strategic Positioning: การกำหนดจุดยืนและประเด็นสำคัญที่สุดในการพัฒนาองค์กร

         - SWOT Analysis: การวิเคราะห์ปัจจัยภายในด้วยกรอบ 7S และปัจจัยภายนอกด้วยกรอบ PESTEL เพื่อค้นหาโอกาสและอุปสรรค

         - Direction Setting: การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ (Goal/KPI)

         - Strategy Formulation: การใช้ TOWS Matrix เพื่อกำหนดกลยุทธ์ 4-6 ข้อ และจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan)

         - Monitoring & Evaluation: การกำหนดระบบการวัดผลและค่าเป้าหมายที่ชัดเจน

         - Execution: การนำแผนไปปฏิบัติจริง (Do) และติดตามความก้าวหน้า (Check) - -

         - Learning & Improvement: การสรุปผลการดำเนินงานเพื่อนำไปพัฒนาต่อในรอบถัดไป (Action)

      3. การเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Learning: CBL)

         แนวทางนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกทักษะในหลักสูตร เพื่อเปลี่ยนจาก "ทฤษฎี" ไปสู่ "การปฏิบัติจริง" โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ - -

         - จุดเริ่มต้นจากปัญหาจริง: มิใช่ปัญหาสมมติในห้องเรียน แต่เริ่มต้นจากปัญหา (Pain Point) ที่แท้จริงของชุมชน

         - วงจร CBL: ประกอบด้วยขั้นตอนการลงมือทำ สะท้อนคิด ร่วมคิด และร่วมแก้ปัญหา เพื่อให้ได้ทางออกที่ยั่งยืน

         - ประโยชน์ทวีคูณ: ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการทำงานเป็นทีม ในขณะที่ชุมชนได้รับแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

      4. การใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ช่วยบริหาร (AI for Executives)

         เป็นการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สาระสำคัญมีดังนี้ - -

         - สูตร RCTFC: โครงสร้างการเขียน Prompt ระดับมืออาชีพ ประกอบด้วย Role (บทบาท) Context (บริบท) Task (งาน) Format (รูปแบบ) และ Criteria (เกณฑ์คุณภาพ)

         - ประโยชน์การใช้งาน: ช่วยสรุปเอกสารจำนวนมาก ร่างหนังสือราชการ วิเคราะห์ข้อมูล และระดมความคิดหัวข้อการประชุมได้อย่างรวดเร็ว

         - กฎเหล็กที่ต้องยึดถือ: ห้ามนำข้อมูลลับหรือข้อมูลผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ AI และต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Fact-check) ทุกครั้งก่อนนำไปใช้งาน

      5. การพัฒนางานวิจัยจากงานประจำ (Routine to Research: R2R)

         เป็นแนวทางการพัฒนางานประจำให้เป็นงานวิชาการ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน มีองค์ประกอบดังนี้

         - กระบวนการ: เริ่มต้นจากการค้นหาโจทย์วิจัยจากปัญหาหน้างาน (Gap) ทบทวนวรรณกรรม ออกแบบการวิจัย เก็บข้อมูล และวิเคราะห์สรุปผล

         - เครื่องมือสำคัญ: การจัดทำ Concept Paper หรือโครงร่างวิจัยฉบับย่อ เพื่อกำหนดขอบเขตและวิธีดำเนินการวิจัยให้ชัดเจนก่อนลงมือปฏิบัติจริง

       6. การพัฒนาตนเองและภาวะผู้นำ (Growth Mindset)

          - Growth Mindset: การเชื่อมั่นในศักยภาพว่าทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ และมองว่าความล้มเหลวคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

          - ภาวะผู้นำในยุค VUCA: ผู้นำต้องมีความยืดหยุ่นสูง (Adaptability) มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และสามารถสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  นายพงศ์วิทย์ สนองบุญ

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ