Design By : Bangmunnak Hospital

อบรมออนไลน์ เรื่อง Movement Therapy for Shoulder Conditions

วันที่  9 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2568

……………………………………………………………………………………………………………………….

          ความผิดปกติและการบาดเจ็บของข้อไหล่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ทั้งในกลุ่มนักกีฬา บุคคลทั่วไป                    และผู้สูงอายุ เช่น ภาวะข้อไหล่ติด (Frozen shoulder), การอักเสบของเส้นเอ็นและถุงน้ำใต้ไหล่                               (Shoulder impingement, Rotator cuff tendinopathy) รวมถึงภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเสียสมดุลรอบข้อไหล่ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวด ขยับข้อไหล่ได้จำกัด และสูญเสียความสามารถในการทำกิจวัตร ประจำวัน โดยมุมมองของแพทย์ออร์โธปิดิกส์และนักกายภาพบำบัดต่อผู้ป่วยมีเป้าหมาย เพื่อทำให้ผู้ป่วยมี Functional outcome ที่ดีขึ้น ซึ่งโครงสร้างที่เกิดอาการปวดเป็นผลจากแรงเครียดของเนื้อเยื่อจากความบกพร่องของการเคลื่อนไหวและหรือแนวร่างกายและปัจจัยเสริมของความบกพร่องของการเคลื่อนไหว

          การตรวจประเมินด้วย MSI ของข้อไหล่ แบ่งออกเป็น 1) Primary Test : เป็นการให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวตามแบบที่เคยทำตามปกติโดยจะประเมิน Alignment, Position, Posture, Movement โดยดูผลของท่าทางและการเคลื่อนไหวว่าทำให้เกิดอาการปวดหรือไม่ 2) Secondary Test : เป็นการให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวในท่าทางที่แก้ไขให้ถูกต้อง (Corrected pattern) โดยดูว่า ผลของการแก้ไขการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง ทำให้อาการปวดลดลงหรือหายไปหรือไม่ หากอาการปวดลดลงหรือหายไป ถือว่าผลการทดสอบเป็นบวก (positive test) การวินิจฉัยการเคลื่อนไหวที่บกพร่อง (Movement Impairment Diagnosis) การระบุชื่อกลุ่มอาการ โดยการเรียกด้วยทิศทางการเคลื่อนไหวสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดและอาการจะดีขึ้นเมื่อแก้ไขความผิดปกติของการเคลื่อนไหวนั้น เช่น Humeral anterior glide syndrome, Scapular internal rotation with anterior tilt syndrome เป็นต้น     

การรักษาทางกายภาพบำบัดสำหรับปัญหาความบกพร่องของการเคลื่อนไหวข้อไหล่ด้วยการเคลื่อนไหว (Movement therapy) เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของกายภาพบำบัดโดยการรักษาโครงสร้างที่บาดเจ็บ ตามระยะของการบาดเจ็บ พิจารณาความสัมพันธ์ทางโครงสร้างทางกายวิภาคสรีรวิทยาและชีวกลศาสตร์ของร่างกาย ที่เกิดความผิดปกติขอการเคลื่อนไหวสะสม จนเกิดการบาดเจ็บและเกิดอาการปวดหรืออาการอื่น โดยสิ่งสำคัญคือการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องรวมทั้งการแก้ไขการเคลื่อนของข้อไหล่ที่ผิดปกติให้ถูกต้อง โดยเน้นให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวเองจนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีท่าทางที่ปกติ แนวคิดของการรักษา ได้แก่ 1) Educate ผู้ป่วยต้องตระหนักว่า ตัวเองมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติและทำให้เกิดอาการปวด 2) Modify การปรับชีวิตประจำวันทั้งท่าทางการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดอาการปวด 3) Exercises การแก้ไขปัจจัยเสริมที่เป็นความบกพร่องที่สัมพันธ์กับท่าทางและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ โดยไม่มีท่าออกกำลังกายที่ดีสุด ยกเว้นผู้ป่วยจะเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง  โดย เน้นการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ปรับปรุงสมรรถภาพของกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อรอบข้อไหล่ เทคนิคการรักษาด้วยการเคลื่อนไหวมีหลากหลาย เช่น การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว (ROM exercise), การออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strengthening exercise), การฝึกการควบคุมการเคลื่อนไหว                    (Motor control exercise) รวมถึงเทคนิคการยืดเหยียดและการออกกำลังกายเฉพาะสำหรับปัญหาของข้อไหล่              แต่ละชนิด

แนวคิดการฝึกการควบคุมการเคลื่อนไหว ได้แก่ Motor learning เป็นการฝึกการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องแบบซ้ำๆ จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนเป็นพฤติกรรมการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง Motor performance เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นชั่วคราวแต่ไม่ถาวร การฝึกการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องจะต้องฝึกให้ผู้ป่วยทำและหลังจากทำแล้วจะต้องมีการทบทวนว่า ผู้ป่วยสามารถทำได้ถูกต้องหรือไม่ ส่วนจำนวนครั้งที่จะให้ผู้ป่วยฝึกนั้นไม่มีจำนวนครั้งที่ตายตัว          แต่จะหาจากปริมาณที่ทำให้เกิด Short term โดยการฝึกซ้ำๆ จนเกิดการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องและสามารถนำกลับไปทำเป็น Home program ได้ นอกจากนี้การให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ผู้ป่วยว่า ทำแล้วเคลื่อนไหวได้ถูกต้องหรือไม่และแนะนำการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องโดยการให้ข้อมูลป้อนกลับ นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายในการรักษาร่วมกันระหว่าง             นักกายภาพบัดบัดและผู้ป่วยก็มีความสำคัญจะทำให้ผู้ป่วยมีแรงจูงใจและเห็นประโยชน์ในการรักษา

โดย: นางสาวสุวภัทร์ เกตุคำ กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู โรงพยาบาลบางมูลนาก