รายงานผลการเข้าร่วมการอบรม
หลักสูตร “มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2565 และการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง”
รหัสหลักสูตร MTC-LA-01
1. หลักการและเหตุผล
การดำเนินงานด้านเทคนิคการแพทย์มีความสำคัญต่อระบบบริการสุขภาพ เนื่องจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย การรักษา การติดตามผลการรักษา และการดูแลสุขภาพของผู้รับบริการ ดังนั้น การจัดบริการทางเทคนิคการแพทย์จึงจำเป็นต้องมีระบบการดำเนินงานที่มีมาตรฐาน มีการควบคุมคุณภาพ และสามารถพัฒนาระบบงานให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
สภาเทคนิคการแพทย์ได้จัดโครงการอบรมหลักสูตร “มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2565 และการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง” รหัสหลักสูตร MTC-LA-01 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพและบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2565 รวมถึงแนวคิดและแนวทางในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบงานและการให้บริการทางเทคนิคการแพทย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ
เอกสารหลักสูตรระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2565 และแนวคิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้เพื่อพัฒนางานบริการทางเทคนิคการแพทย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ
2. วัตถุประสงค์ของการอบรม
การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และความเข้าใจในสาระสำคัญของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2565 สามารถเข้าใจแนวทางการนำข้อกำหนดของมาตรฐานไปใช้ในการจัดระบบงาน และมีแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมุ่งให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบบริการทางเทคนิคการแพทย์ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ บุคลากร เครื่องมือ ระบบจัดซื้อ การควบคุมกระบวนการ ระบบเอกสารและบันทึก การจัดการสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด การตรวจติดตามภายใน ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพและการตอบสนองต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
เนื้อหาหลักของหลักสูตรประกอบด้วยความรู้พื้นฐานและหัวใจของการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ฉบับปี 2565 และแนวทางปฏิบัติ รวมถึงแนวคิดในการวางระบบ พัฒนางาน ติดตาม ควบคุม กำกับ และพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
3. สาระสำคัญของการอบรม
3.1 ความรู้พื้นฐานและการพัฒนาคุณภาพ
สาระสำคัญประการหนึ่งของหลักสูตร คือ การทำความเข้าใจพื้นฐานและแนวคิดของการพัฒนาคุณภาพในงานเทคนิคการแพทย์ โดยการพัฒนาคุณภาพจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการเฉพาะเมื่อมีการตรวจประเมินเท่านั้น
การดำเนินงานตามมาตรฐานจึงควรเชื่อมโยงกับการปฏิบัติงานประจำของห้องปฏิบัติการ โดยมีการวางระบบ การกำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน การติดตามควบคุมกำกับ และการนำผลที่ได้มาพิจารณาเพื่อปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้การพัฒนาคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการและสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
3.2 องค์กรและการบริหาร
ในการอบรมมีการนำเสนอข้อกำหนดเกี่ยวกับองค์กรและการบริหาร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางระบบงานให้มีทิศทางและมีการกำกับดูแลที่เหมาะสม การบริหารงานห้องปฏิบัติการจำเป็นต้องมีการจัดระบบและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานและเป้าหมายของหน่วยงาน
การบริหารที่มีระบบยังมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุม กำกับ และติดตามการดำเนินงาน เพื่อให้ทราบว่างานเป็นไปตามแนวทางที่กำหนดหรือไม่ และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบการปรับปรุงระบบคุณภาพต่อไป
3.3 บุคลากร
บุคลากรเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบงานเทคนิคการแพทย์ เนื่องจากการให้บริการต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ และการปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ การอบรมจึงกำหนดให้หัวข้อบุคลากรเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดด้านองค์กรและการบริหาร
การจัดระบบบุคลากรควรมีความสอดคล้องกับลักษณะงานและระบบบริการของหน่วยงาน รวมทั้งต้องมีการกำกับให้บุคลากรปฏิบัติงานตามแนวทางที่กำหนด เพื่อให้กระบวนการให้บริการมีความเป็นระบบและสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ
3.4 เครื่องมือและระบบจัดซื้อ
อีกประเด็นสำคัญของการอบรม คือ ข้อกำหนดเกี่ยวกับเครื่องมือและระบบจัดซื้อ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการ
การจัดการเครื่องมือและระบบจัดซื้อจำเป็นต้องอยู่ภายใต้ระบบที่เหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความพร้อมและความเหมาะสมต่อการให้บริการ ทั้งนี้ การจัดระบบที่ชัดเจนจะช่วยสนับสนุนให้กระบวนการทำงานของห้องปฏิบัติการสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน
4. การควบคุมกระบวนการ
การควบคุมกระบวนการเป็นหัวข้อสำคัญของหลักสูตร โดยมีการบรรยายเกี่ยวกับข้อกำหนดการควบคุมกระบวนการทั้งส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 รวมถึงการฝึกปฏิบัติและการอภิปรายผลการฝึกปฏิบัติ
แนวคิดสำคัญของการควบคุมกระบวนการ คือ การทำให้การปฏิบัติงานมีระบบ มีแนวทางที่ชัดเจน และสามารถติดตามตรวจสอบได้ การควบคุมกระบวนการจึงมีความสัมพันธ์กับการจัดระบบงานในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การวางระบบ การปฏิบัติงาน การติดตามผล และการนำข้อมูลที่ได้มาพิจารณาปรับปรุง
การอบรมได้จัดให้มีการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีโอกาสนำแนวคิดจากเนื้อหาการบรรยายมาประยุกต์ใช้ และมีการอภิปรายผลการฝึกปฏิบัติร่วมกับวิทยากร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างข้อกำหนดของมาตรฐานกับการนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง
จากกำหนดการ การฝึกปฏิบัติในวันแรกดำเนินการภายหลังการบรรยายเรื่องการควบคุมกระบวนการ และมีการอภิปรายผลโดยวิทยากร ก่อนการประเมินความรู้ในช่วงท้ายของวัน
5. ระบบเอกสารและบันทึก
ระบบเอกสารและบันทึกเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบคุณภาพ เนื่องจากเอกสารและบันทึกเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการดำเนินงานตามระบบที่กำหนดไว้
ในการอบรมวันที่สอง มีการบรรยายเกี่ยวกับข้อกำหนดระบบเอกสารและบันทึกควบคู่กับการควบคุมสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดระบบข้อมูลและหลักฐานการปฏิบัติงาน
ระบบเอกสารที่มีความเหมาะสมควรสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติงานตามแนวทางที่กำหนด และช่วยให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบย้อนกลับการดำเนินงานได้ ขณะเดียวกัน บันทึกที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตาม ประเมินผล และพัฒนาระบบคุณภาพ
ดังนั้น การจัดทำและควบคุมเอกสารและบันทึกจึงควรถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารระบบคุณภาพ ไม่ใช่เป็นเพียงการจัดเตรียมเอกสารเพื่อรองรับการตรวจประเมินเท่านั้น
6. การควบคุมสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด
หลักสูตรให้ความสำคัญกับการควบคุมสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด โดยหัวข้อนี้ถูกกำหนดให้เรียนร่วมกับระบบเอกสารและบันทึกในการอบรมวันที่สอง
การมีระบบสำหรับจัดการสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพ เนื่องจากช่วยให้หน่วยงานสามารถระบุปัญหา ติดตามประเด็นที่เกิดขึ้น และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุงระบบงาน
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมุ่งให้หน่วยงานเรียนรู้จากปัญหาและผลการดำเนินงาน แล้วนำข้อมูลที่ได้กลับมาใช้ในการพัฒนากระบวนการทำงานให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
7. การตรวจติดตามภายใน
การตรวจติดตามภายในเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของระบบคุณภาพที่มีการกำหนดไว้ในหลักสูตร โดยมีการบรรยายเกี่ยวกับข้อกำหนดการตรวจติดตามภายใน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องและการตอบสนองต่อความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
การตรวจติดตามภายในมีบทบาทในการติดตามว่าระบบงานและการปฏิบัติงานของหน่วยงานเป็นไปตามข้อกำหนดและแนวทางที่กำหนดไว้หรือไม่ ผลจากการตรวจติดตามสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลสำหรับการพิจารณาจุดที่ควรปรับปรุงและพัฒนาระบบงาน
การตรวจติดตามภายในจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารคุณภาพที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการนำผลการตรวจติดตามไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนางาน มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการตรวจหาข้อบกพร่อง
8. การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องเป็นแนวคิดหลักของหลักสูตร โดยมีการเชื่อมโยงกับการวางระบบ การพัฒนางาน การติดตาม การควบคุม และการกำกับงาน
การพัฒนาคุณภาพควรดำเนินการเป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลจากการปฏิบัติงาน การตรวจติดตาม ผลการประเมิน และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการปรับปรุงระบบงาน
นอกจากนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการตอบสนองความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพัฒนาระบบบริการทางเทคนิคการแพทย์ การให้ความสำคัญกับผู้ใช้บริการช่วยให้หน่วยงานสามารถนำความคิดเห็นหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงการให้บริการให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
9. รูปแบบและกิจกรรมในการอบรม
การอบรมประกอบด้วยการบรรยาย การฝึกปฏิบัติ การอภิปรายผลการฝึกปฏิบัติ การทำแบบทดสอบความรู้ และการถามตอบข้อสงสัย โดยจัดการอบรมเป็นระยะเวลา 2 วัน
วันแรก เนื้อหาครอบคลุมข้อกำหนดด้านองค์กรและการบริหาร บุคลากร เครื่องมือและระบบจัดซื้อ การควบคุมกระบวนการ รวมทั้งมีการฝึกปฏิบัติและอภิปรายผลการฝึกปฏิบัติ
วันที่สอง ครอบคลุมระบบเอกสารและบันทึก การควบคุมสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด การตรวจติดตามภายใน การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และการตอบสนองความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งมีการฝึกปฏิบัติและอภิปรายผลหลายช่วง รวมถึงการประเมินความรู้และช่วงถามตอบก่อนปิดการอบรม
การจัดการอบรมในลักษณะดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับทั้งความรู้จากการบรรยายและประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติ โดยมีการประเมินความรู้เป็นระยะ เพื่อสะท้อนความเข้าใจในเนื้อหาของหลักสูตร
10. ผลที่ได้รับจากการอบรมและแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้
จากเนื้อหาของหลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2565 และสามารถนำแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องมาประยุกต์ใช้กับระบบงานของหน่วยงานได้
แนวทางการนำความรู้ไปใช้สามารถพิจารณาเป็นองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- การทบทวนระบบงานของหน่วยงาน เพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์
- การพัฒนาระบบการบริหารและการกำกับงาน ให้มีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และมีการติดตามผลอย่างเหมาะสม
- การจัดการด้านบุคลากร ให้การปฏิบัติงานมีความชัดเจนและสอดคล้องกับระบบงานของหน่วยงาน
- การบริหารจัดการเครื่องมือและระบบจัดซื้อ ให้มีระบบและแนวทางที่เหมาะสมกับการให้บริการ
- การควบคุมกระบวนการปฏิบัติงาน โดยนำข้อกำหนดของมาตรฐานมาพิจารณาประกอบการจัดระบบงาน
- การจัดการระบบเอกสารและบันทึก เพื่อให้มีหลักฐานการปฏิบัติงานและสามารถติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
- การจัดการสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด โดยนำประเด็นที่พบมาใช้เป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงระบบงาน
- การตรวจติดตามภายใน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามประสิทธิผลของระบบและค้นหาประเด็นที่ควรพัฒนา
- การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยนำข้อมูลจากการดำเนินงานและผลการติดตามมาประกอบการปรับปรุง
- การให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ โดยนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาประกอบการพัฒนาระบบบริการ
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับประโยชน์ที่หลักสูตรคาดว่าจะได้รับ คือ ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ สามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนาระบบคุณภาพ และสามารถวางแผนการจัดบริการทางเทคนิคการแพทย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนด
11. สรุปผลการอบรม
การอบรมหลักสูตร “มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2565 และการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง” เป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ โดยเนื้อหาครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการและระบบคุณภาพ ได้แก่ องค์กรและการบริหาร บุคลากร เครื่องมือและระบบจัดซื้อ การควบคุมกระบวนการ ระบบเอกสารและบันทึก การควบคุมสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด การตรวจติดตามภายใน การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และการตอบสนองความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ
สาระสำคัญของการอบรมเน้นให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจว่ามาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ควรถูกนำมาใช้เป็นกรอบในการจัดระบบและพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาคุณภาพควรเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานประจำ มีการวางระบบ การควบคุมกำกับ การตรวจติดตาม และการนำผลที่ได้มาปรับปรุงระบบงาน
นอกจากนี้ การอบรมยังใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยการบรรยาย การฝึกปฏิบัติ การอภิปรายผล และการประเมินความรู้ ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีโอกาสเชื่อมโยงเนื้อหาของมาตรฐานกับแนวทางการนำไปใช้ในงาน
โดยสรุป ความรู้จากการอบรมสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการทบทวนและพัฒนาระบบบริการทางเทคนิคการแพทย์ของหน่วยงานให้มีความเป็นระบบ สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ และมีกระบวนการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง อันจะสนับสนุนให้การดำเนินงานของห้องปฏิบัติการมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างเหมาะสมทั้งนี้ เอกสารหลักสูตรระบุว่าผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้พัฒนาระบบคุณภาพและวางแผนการจัดบริการทางเทคนิคการแพทย์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการจัดอบรมครั้งนี้
12. ข้อเสนอแนะในการนำความรู้ไปใช้
ควรนำความรู้และแนวคิดจากการอบรมมาทบทวนระบบงานของหน่วยงานอย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาความสอดคล้องของกระบวนการปฏิบัติงานกับข้อกำหนดของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2565 และใช้ผลจากการตรวจติดตามหรือการประเมินต่าง ๆ เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุง
ควรส่งเสริมให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองในระบบคุณภาพ และสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนางาน เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้รับผิดชอบงานคุณภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานของบุคลากรในหน่วยงาน
นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการจัดทำเอกสารและบันทึก การจัดการสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด และการตรวจติดตามภายในอย่างเป็นระบบ เนื่องจากองค์ประกอบดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลสำหรับการติดตามประสิทธิผลของระบบและการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
การนำความรู้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ควรมุ่งเน้นให้เกิดการปรับปรุงระบบงานอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทของหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการจัดบริการทางเทคนิคการแพทย์ที่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้
บริการ


