Design By : Bangmunnak Hospital

รายงานผลการเข้าร่วมการอบรม

หลักสูตร  MTC-LA-02  “เทคนิคการตรวจติดตามภายในตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565”

ระหว่าง วันที่ 21-23 สิงหาคม พ.ศ.2569   ณ โรงแรมแกนด์ริชมอนด์ รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี

จัดโดย สภาเทคนิคการแพทย์

1. หลักการและเหตุผล

          ตามที่สภาเทคนิคการแพทย์ได้จัดการอบรมหลักสูตร MTC-LA-02 เทคนิคการตรวจติดตามภายในตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการตรวจติดตามภายในให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านเทคนิคการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 สามารถนำข้อกำหนดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละห้องปฏิบัติการ ตลอดจนสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการตรวจติดตามภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจติดตามภายในถือเป็นกระบวนการสำคัญในการสนับสนุนระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ เนื่องจากช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินการดำเนินงานของตนเองตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ค้นหาประเด็นที่ยังต้องปรับปรุง ตลอดจนใช้ผลจากการตรวจติดตามเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจติดตามภายในจึงจำเป็นต้องมีทั้งความรู้ด้านมาตรฐาน ทักษะในการตรวจประเมิน ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล และทักษะในการจัดทำรายงานผลการตรวจติดตาม

2. วัตถุประสงค์ของการอบรม

          การเข้าร่วมการอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และความเข้าใจในสาระสำคัญ ดังนี้

1. เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจข้อกำหนดตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 รวมทั้งแนวทางการใช้แบบประเมินตามมาตรฐาน

2. เพื่อเรียนรู้หลักการและเทคนิคการตรวจติดตามภายใน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการตรวจติดตามระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ

3. เพื่อพัฒนาทักษะในการวิเคราะห์ข้อกำหนดของมาตรฐานและพิจารณาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน

4. เพื่อพัฒนาทักษะในการนำเสนอข้อค้นพบและโอกาสพัฒนาอย่างเหมาะสม

5. เพื่อพัฒนาความสามารถในการจัดทำรายงานผลการตรวจติดตามภายใน

6. เพื่อฝึกทักษะการตรวจติดตามจากสถานการณ์จำลองและกรณีศึกษา เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้

 

 

3. เนื้อหาและสาระสำคัญที่ได้รับจากการอบรม

          จากการศึกษาเนื้อหาหลักสูตร พบว่าการอบรมให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการตรวจติดตามภายใน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วยประเด็นดังต่อไปนี้

          3.1 ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดและแบบประเมินตามมาตรฐาน

                    เนื้อหาส่วนแรกมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 และแบบประเมินที่ใช้ประกอบการตรวจติดตาม โดยมีการบรรยายและทบทวนแบบประเมินในหมวด MT 1–3, MT 4–5 และ MT 6–10 เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจโครงสร้างของข้อกำหนดและสามารถนำไปใช้ในการตรวจติดตามได้อย่างถูกต้อง  สาระสำคัญของการเรียนรู้ในส่วนนี้ คือการทำความเข้าใจว่าการตรวจติดตามจำเป็นต้องอาศัยข้อกำหนดของมาตรฐานเป็นกรอบในการพิจารณา และผู้ตรวจติดตามควรสามารถเชื่อมโยงข้อกำหนดกับการปฏิบัติงานจริงของห้องปฏิบัติการได้

          3.2 เทคนิคการตรวจติดตามระบบคุณภาพ

                    ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้เทคนิคการตรวจติดตามระบบคุณภาพ รวมถึงแนวทางการตรวจติดตามความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการและ Service Profile ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญสำหรับการประเมินระบบงานของห้องปฏิบัติการให้ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัย  การตรวจติดตามที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยผู้ตรวจติดตามต้องมีความเข้าใจในข้อกำหนด มีการพิจารณาข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และสามารถสื่อสารกับผู้รับการตรวจติดตามได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผลจากการตรวจติดตามควรนำไปสู่การระบุประเด็นที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงระบบงานได้

          3.3 การวิเคราะห์ข้อกำหนดและการจัดทำรายงาน

                    หลักสูตรได้จัดกิจกรรม Workshop เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกวิเคราะห์ข้อกำหนดของมาตรฐาน รวมทั้งฝึกการเขียนรายงานผลการตรวจติดตาม การจัดทำรายงานถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เนื่องจากรายงานเป็นเอกสารที่ใช้สื่อสารผลการตรวจติดตามให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ผู้ตรวจติดตามจึงต้องสามารถถ่ายทอดข้อมูลจากการตรวจให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสามารถนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสพัฒนาได้อย่างเหมาะสม

          3.4 การแก้ไขรายงานโอกาสพัฒนา

                    ในวันที่สามของการอบรม มีการฝึกปฏิบัติในการแก้ไขรายงานโอกาสพัฒนาที่ได้จากการตรวจติดตามระบบคุณภาพ พร้อมทั้งมีการบรรยายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขจาก Workshop ดังกล่าว กิจกรรมดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทบทวนความถูกต้องและความเหมาะสมของการรายงานผลการตรวจติดตาม รวมทั้งเห็นแนวทางในการปรับปรุงการนำเสนอข้อค้นพบให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบคุณภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

          3.5 การฝึกทักษะการเปิดและปิดการประชุมตรวจติดตามภายใน

                    หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับทักษะด้านการสื่อสาร โดยกำหนดให้มีการทดสอบทักษะการเปิดและปิดการประชุมตรวจติดตามภายใน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการตรวจติดตาม ทักษะดังกล่าวช่วยให้ผู้ตรวจติดตามสามารถดำเนินการประชุมได้อย่างเป็นระบบ มีการสื่อสารวัตถุประสงค์และขอบเขตของการตรวจอย่างเหมาะสม และสามารถสรุปผลการตรวจติดตามให้ผู้รับการตรวจเข้าใจตรงกัน

          3.6 การฝึกปฏิบัติจากกรณีศึกษา

                    อีกกิจกรรมสำคัญของหลักสูตร คือ Workshop การฝึกตรวจติดตามระบบคุณภาพจากกรณีศึกษา จำนวน 40 cases และการอภิปรายผลการตรวจจากกรณีศึกษาร่วมกับวิทยากร  การฝึกจากกรณีศึกษาช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับการปฏิบัติงานจริง ทำให้สามารถทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดและแนวทางการตรวจติดตามได้อย่างเป็นระบบ

4. ความรู้และทักษะที่ได้รับจากการเข้าร่วมการอบรม

          จากการเข้าร่วมการอบรม สามารถสรุปความรู้และทักษะที่ได้รับในประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.ได้รับความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดและแบบประเมินตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ตรวจติดตามภายใน

2.ได้เรียนรู้แนวทางและเทคนิคการตรวจติดตามระบบคุณภาพ ตลอดจนการตรวจติดตามด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ ทำให้เห็นความสำคัญของการตรวจติดตามในฐานะเครื่องมือสนับสนุนการรักษาและพัฒนาระบบคุณภาพ

3.ได้พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อกำหนดและการจัดทำรายงาน โดยผ่านการทำ Workshop ซึ่งช่วยให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการนำข้อกำหนดมาประยุกต์ใช้กับการตรวจติดตาม

4.ได้ฝึกทักษะในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสพัฒนาและการแก้ไขรายงาน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการสื่อสารผลการตรวจติดตามให้หน่วยงานสามารถนำไปดำเนินการปรับปรุงได้

5.ได้ฝึกทักษะการเปิดและปิดการประชุมตรวจติดตามภายใน รวมทั้งฝึกตรวจติดตามจากกรณีศึกษา 50 cases ซึ่งช่วยเพิ่มความพร้อมในการประยุกต์ใช้ความรู้กับสถานการณ์จริง

5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน

          ความรู้จากการอบรมสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะการนำแนวทางการตรวจติดตามภายในมาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินและค้นหาประเด็นที่ควรปรับปรุง ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดและแบบประเมินมาใช้ในการเตรียมความพร้อมของหน่วยงาน ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐาน นอกจากนี้ ทักษะด้านการเขียนรายงานและการนำเสนอผลการตรวจติดตามสามารถช่วยให้การสื่อสารประเด็นที่พบมีความชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น  ในระดับองค์กร การตรวจติดตามภายในที่ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ และทำให้หน่วยงานสามารถนำข้อมูลจากการตรวจติดตามมาใช้ในการกำหนดแนวทางปรับปรุงงานได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เอกสารหลักสูตรระบุประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับว่า จะช่วยให้มีผู้ตรวจติดตามภายในตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ในทุกจังหวัด สามารถสนับสนุนระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ และสร้างความเชื่อมั่นในระดับคุณภาพของห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ

6. ข้อเสนอแนะจากการเข้าร่วมการอบรม

          เห็นควรนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการอบรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจติดตามภายในตามข้อกำหนดของมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565  ควรส่งเสริมให้บุคลากรในกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์มีความเข้าใจในข้อกำหนดของมาตรฐานและสามารถใช้แบบประเมินได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งควรนำแนวทางการจัดทำรายงานผลการตรวจติดตามและการนำเสนอประเด็นโอกาสพัฒนามาใช้ในการสื่อสารภายในหน่วยงาน เพื่อให้ผลจากการตรวจติดตามสามารถนำไปสู่การปรับปรุงระบบงานได้อย่างเป็นรูปธรรม  นอกจากนี้ ควรนำกรณีศึกษาและแนวทางการวิเคราะห์จากการอบรมมาใช้เป็นแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในหน่วยงาน เพื่อเพิ่มพูนทักษะของผู้ปฏิบัติงานและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจติดตามภายในให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

8. สรุปผลการเข้าร่วมการอบรม

          การเข้าร่วมอบรมหลักสูตร MTC-LA-02 เทคนิคการตรวจติดตามภายในตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 เป็นการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจข้อกำหนดและแบบประเมิน เทคนิคการตรวจติดตามระบบคุณภาพและความปลอดภัย การวิเคราะห์ข้อกำหนด การเขียนรายงาน การนำเสนอข้อมูลโอกาสพัฒนา ตลอดจนการฝึกปฏิบัติจากกรณีศึกษา การอบรมมีลักษณะผสมผสานระหว่างการบรรยายและการฝึกปฏิบัติ ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้พัฒนาทั้งความรู้เชิงหลักการและทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตรวจติดตามภายใน โดยเฉพาะการฝึกวิเคราะห์ข้อกำหนด การเขียนและแก้ไขรายงาน และการตรวจติดตามจากกรณีศึกษา โดยสรุป ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานระบบคุณภาพของห้องปฏิบัติการ และใช้เป็นแนวทางในการตรวจติดตามภายในเพื่อค้นหาประเด็นที่ควรปรับปรุง รวมทั้งสนับสนุนให้การดำเนินงานของห้องปฏิบัติการเป็นไปตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ฉบับปี 2565 อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของระบบบริการห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่อไป

 

(นายประวิทย์ ภังคสังข์)

ตำแหน่ง นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ

24 สิงหาคม พ.ศ. 2569