Design By : Bangmunnak Hospital

สรุปประชุมวิชาการสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทยครั้งที่ 46 ประจำปี 2569 เรื่อง “ก้าวข้ามขีดจำกัด : ความท้าทายและโอกาสของนักกำหนดอาหารยุคใหม่ (Beyond Boundaries: Challenges and Oppertunities for the Modern Dietitian)”

        ความท้าทายและโอกาสในการสื่อสารข้อมูลด้านโภชนาการในโลกยุคใหม่ซึ่งปัจจุบันข้อมูลข่าวสารมีความหลากหลายและเข้าถึงได้ง่าย การพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับนักกำหนดอาหารและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถส่งต่อองค์ความรู้ที่ถูกต้องไปยังภาคประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันสถานการณ์ต่อเนื่อง สามาคมนักกำหนดอาหารจึงได้จัดการการประชุมวิชาการในครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ด้านโภชนาการเข้ากับเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เพื่อส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันและการรักษาอย่างยั่งยืน ได้มีการร่วมหารือถึง โดยประเด็นสำคัญดังนี้

  1. การให้ความสำคัญกับอาหารจากพืชที่ไม่ผ่านการแปรรูป (Whole Food, Plant-Based Diet) ตามแนวทางของกลุ่มประชากรที่มีอายุยืนยาวหรือ Blue Zone ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์เชิงปฏิบัติเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของบุคคลให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนในชีวิตจริง
  2. บทบาทของสารอาหารต่อการรักษาสุขภาพกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการมีอายุขัยที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ โดยมีการกล่าวถึงการใช้สารอาหารสูตรครบถ้วนที่มีส่วนผสมของ HMB และ YBG เพื่อสนับสนุนการทำงานของร่างกายในระยะยาว
  3. กระแสและข้อถกเถียงเกี่ยวกับรูปแบบการบริโภคอาหารเกี่ยวกับอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-based Diets) พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบของอาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-processed Foods) และผลลัพธ์ทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถให้คำแนะนำแก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง
  4. การยกระดับอาหารไทยในงานโภชนบำบัดทางการแพทย์ ภายใต้แนวคิด "สยามไดเอท" (Siam Diet) ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่นมาปรับใช้ในการดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (T2DM) เพื่อให้การกำหนดอาหารมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม นำไปสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  5. การประยุกต์ใช้เครื่องมือประเมินทางคลินิกและการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านโภชนาการสมัยใหม่ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์มุมมองด้านการประเมินองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) ในบริบทของประเทศไทย รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับข้อจำกัดและการนำดัชนีมวลกาย (BMI) ไปใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการตระหนักถึงความสำคัญของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีผลโดยตรงต่อสุขภาพและการมีอายุขัยที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
  6. การดูแลระบบทางเดินอาหารและเมตาบอลิซึม ที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางการเสริมสร้างการฟื้นตัวของร่างกายโดยเริ่มจากการดูแลทางเดินอาหาร (GI Tolerance) และการใช้กลยุทธ์ด้านโภชนาการเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการบริหารจัดการน้ำหนักตัว โดยมีการกล่าวถึงบทบาทของสารอาหารสูตรเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (DSF) ในการช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงรุก
  7. การนำแนวปฏิบัติทางโภชนาการคลินิกไปสู่การดูแลผู้ป่วยจริง (Translating Guidelines Into Patient Care) ซึ่งครอบคลุมทั้งการใช้สารอาหารบำบัด (Micronutrient Therapy) ในโรคเฉพาะทาง และการแปลผลการประเมินภาวะโภชนาการเพื่อนำมาวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวทางใหม่ในการป้องกันโรค NCDs ผ่านการบูรณาการระหว่างโภชนาการที่เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-Based Nutrition) ร่วมกับการดูแลจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiota) เพื่อสร้างสมดุลของร่างกายจากภายในสู่ภายนอก
  8. การผสานพลังระหว่างโภชนบำบัด การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และการใช้ยารักษาโรค (Pharmacotherapy) ในกลุ่มโรคเบาหวานและโรคทางเมตาบอลิซึม โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างต่อเนื่อง (CGM) ร่วมกับการวางแผนอาหารสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาฉีดอินซูลิน เพื่อให้การรักษาครอบคลุมในทุกมิติและเกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อตัวผู้ป่วย

       การเข้าร่วมประชุมวิชาการในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านโภชนบำบัดทางการแพทย์ (Medical Nutrition Therapy) และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขหลัก ประเด็นสำคัญที่ได้รับคือการนำหลักการ “สยามไดเอท” (Siam Diet) และการบริโภคอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก (Plant-based Diet) มาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างเป็นรูปธรรมความรู้ที่ได้รับไม่เพียงแต่ครอบคลุมเรื่องการจัดการสารอาหารหลักและสารอาหารรองเพื่อการฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และการประเมินองค์ประกอบของร่างกายที่แม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย (Individualized Care) นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน

messageImage 1777427607055

 

นายภัทรพงษ์ คำใต้

นักโภชนาการปฏิบัติการ