การเพิ่มความยาวตัวฟัน (Crown lengthening)
การทําศัลยกรรมเพิ่มความยาวตัวฟัน (surgical crown lengthening) เป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความยาวตัวฟันที่อยู่เหนือเหงือก ซึ่งมีข้อบ่งชี้ในการทำได้แก่ การรักษาในฟันที่ผุใต้เหงือก ฟันสั้นจากการแตกหรือผุ ตัวฟันสั้นตามธรรมชาติและฟันสั้นจาก incomplete exposure ของตัวฟันทางกายวิภาค ซึ่งมีวัตถุประสงค์คือกําจัดฟันผุ โดยการบูรณะฟันต้องไม่รุกล้ำความกว้างทางชีวภาพเพื่อการยึดอยู่ในการบูรณะและเพื่อความสวยงาม สิ่งที่จะต้องคํานึงถึงในการทําศัลยกรรมเพิ่มความยาวตัวฟันคือความกว้างทางชีวภาพ (supracrestal attached tissue)และชนิดของอวัยวะปริทันต์ (periodontal biotypes) มีผลการศึกษาขนาดและความสัมพันธ์ของเนื้อเยื่อที่รอยต่อระหว่างเหงือกกับฟันโดยใช้การตรวจศพมนุษย์พบว่าเยื่อบุผิวเชื่อมต่อมีค่าเฉลี่ย 0.97 มม. ส่วนเนื้อเยื่อยึดติอเชื่อมต่อเหนือสันกระดูกมีค่าเฉลี่ย 1.07 มม. ทําให้ความกว้างทางชีวภาพมีค่า 2.04 มม. และยังพบว่าความลึกร่องเหงือกมีค่าเฉลี่ย 0.69 มม.
วิธีการทําศัลยกรรมเพื่อเพิ่มความยาวตัวฟันมี 2 วิธีการหลักคือศัลยกรรมปริทันต์ (periodontal surgery) และการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน (orthodontic therapy)
1. ศัลยกรรมปริทันต์ (periodontal surgery)
1.1 การตัดเหงือก (gingivectomy) ทําเมื่อมีระดับกระดูกเหมาะสมซึ่งมีระยะมากกว่า 3 มม.จากกระดูกถึงยอดเหงือก (gingival crest) และมีความกว้างของเหงือกยึดเพียงพอหลังทําการผ่าตัด โดยการทํา internal excision หรือ external excision ไม่แนะนําให้ศัลยกรรมไฟฟ้า (electrosurgery) เนื่องจากอาจทําอันตรายต่อกระดูกด้านใบหน้าที่บางและไม่สามารถทําขอบเหงือกให้บางได้เพื่อป้องกันการเกิดการrebound
1.2 การปิดแผ่นเหงือกกลับไปทางปลายรากโดยไม่มีการลดกระดูก (apically positioned flap without osseous reduction) คือการปิดแผ่นเหงือกกลับไปทางปลายรากเป็นการย้ายส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อ อ่อนทั้งหมดไปทางปลายรากไม่เฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อเหงือกอย่างเดียวแต่รวมถึง dentogingival unit ทั้งหมดนอกจากนี้ยังเป็นการรักษาความกว้างของเหงือกยึดน้อยซึ่งไม่สามารถตัดชิ้นเนื้อเหงือกออกเพื่อเพิ่มความยาวของตัวฟัน
1.3 การปิดแผ่นเหงือกกลับไปทางปลายรากรวมกับการลดกระดูก (apically positioned flap with osseous surgery) ทําเมื่อระดับกระดูกอยู่ใกล้กับรอยต่อเคลือบฟันและเคลือบรากฟันโดยการเปอด แผ่นเหงือกร่วมกับการตัดกระดูก (gingival flap with ostectomy) ตําแหน่งของสันกระดูกเบ้าฟันวัดจากการใช้เครื่องมือตรวจปริทันต์และภาพถ่ายรังสีกรอกระดูกให้มีเนื้อฟัน 3.5-4 มม. เหนือสันกระดูก (2.04 มม.สําหรับความกว้างทางชีวภาพและ 1-2 มม. สําหรับเนื้อฟันในการบูรณะ) เพื่อป้องกันขอบวัสดุบูรณะจากการยึดเกาะของเนื้อเยื่ออ่อน
2. การรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน (orthodontic therapy)
มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์กระดูกและรักษาความกว้างทางชีวภาพเพื่อให้มีเนื้อฟันที่ดีในการวางวัสดุบูรณะและคงไว้ซึ่งความสวยงาม หลักการในการเพิ่มความยาวของตัวฟันโดยวิธีการดึงทางทันตกรรมจัดฟัน (orthodontic extrusion) ใช้เมื่อปริมาณกระดูกที่ต้องกรอลดรอบ ๆ ตัวฟันที่ทําและฟันข้างเคียงมากเกินไปทําให้เกิดความไม่สมมาตรของเหงือกหรือมีปัญหาด้านความสวยงาม หลังการบูรณะข้อดีของวิธีการนี้คือเป็น การลดอันตรายต่อฟันข้างเคียง เมื่อไม่มีความเปลี่ยนแปลงในความสูงของกระดูกหรือสัดส่วนตัวฟันต่อรากฟัน (crown/root ratio)
วัตถุประสงค์ในการใช้วิธีการใช้แรงดึงฟันขึ้น ไม่ได้เพื่อเปลี่ยนแปลงตําแหน่งของฟันในขากรรไกรเหมือนการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันที่ทําอยู่ทั่วไปแต่เพื่อคงสภาพและรักษาระบบรากฟันและความกว้างทางชีวภาพที่มีสุขภาพดีในการบูรณะฟันให้ประสบผลสําเร็จ นอกจากจะพิจารณาองค์ประกอบทั้งทางด้านการบูรณะแล้วยังต้องคํานึงถึงสุขภาพของอวัยวะปริทันต์ด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องรักษาสุขภาพของอวัยวะ ปริทันต์เป็นปัจจัยที่สําคัญที่สุดสําหรับผลการรักษาระยะยาวของฟันซี่นั้น อย่างไรก็ตามภาวะที่ต้องแก้ไขด้วยการบูรณะฟันในหลายกรณีเป็นภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของอวัยวะปริทันต์จึงต้องมีการจัดการที่เหมาะสม
ทพญ.ปาลิน สัปปินันทน์
แผนกทันตกรรม รพ.บางมูลนาก


