สรุปการอบรมโครงการสัมมนาฟื้นฟูผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางรังสีการแพทย์ ด้านรังสีวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
โดยสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติ กรมวิทยาศาสตร์ ระหวางวันที่ ๑๑-๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
ณ โรงแรม แกรนด์ ริชมอนด์ สไตริช จ. นนทบุรี
แนวทางการตรวจประเมินระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการทางรังสีการแพทย์ด้านวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษา กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๘
ข้อที่เพิ่มเพิมจาก มาตรฐานห้องปฏิบัติการรรังสีวินิจฉัย ปี ๒๕๖๕ คือ
ข้อ 4 การกำหนดความรับผิดชอบ อำนาจหน้าที่ของบุคลากรในห้องบริการทางรังสีวิทยาทุกระดับเป็นลายลักษณ์อักษร แนวทางการตรวจประเมิน ต้องมีการทบทวนทุก ๑ ปี และต้องมีการเซนต์กำกับของผู้ปฏิบัติและผู้บังคับบัญชา
ข้อ ๑๐ มีพื้นที่เพียงพอ เป็นสัดส่วน แนวทางการตรวจประเมิน มีพื้นที่เพียงพอและการจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนตามบรบทของ ร.พ และมีอากาศถ่ายเทภายใต้การกำกับของหน่วยควบคุมการติดเชื้อของ รพ. โดยยึดตามรายงานผล ENV เป็นหลัก
ข้อ ๑๑ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มีความมิดชิด ปลอดภัยและมีปุ่มสัญญาณให้ผู้รับบริการกดกรณีฉุกเฉิน มีอากาศถ่ายเทสะดวก แนวทางการตรวจประเมิน กรณีที่ใช้เป็นผ้าม่าน ควรมีการจัดทำเป็นฉากกั้นที่มีความแข็งแรงไม่ใช่ม่านผ้า หรือพลาสติกบางๆ
ข้อ ๒๐ เครื่องมือทางรังสีวิทยาต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน มีจำนวนเพียงพอตามความจำเป็นในการบริการตามข้อกำหนด แนวทางการตรวจประเมิน กรณี outsource ให้มีระบบการติดตามตรวจสิบคุณภาพให้เป็นไปตามมมาตรฐานห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ รายงานผลการทดสอบคุณภาพเครื่องเอกซเรย์ อุปกรณ์วัดรังสีประจำบุคคล อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากรังสี ป้ายเตือนภัยทางรังสีและสารเปรียบต่าง
ข้อ ๒๓ มีอุปกรณ์ประกอบที่ใช้ในการให้บริการทางรังสีและรังสีร่วมรักษา พร้อมใช้ สะอาดไม่ชำรุด มีรายงานผล แนวทางการตรวจประเมิน รพช.ควรมี set emergency และเครื่องวัด BP
ข้อ ๓๖ มีระบบการจัดการความเสี่ยงในหน่วยงาน แนวทางการตรวจประเมิน ตัวชี้วัดที่บังคับต้องมีการจัดการความเสี่ยง
ข้อ ๕๑ มีกระบวนการป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อครอบคลุมมาตรฐานการป้องกันการติดเชื้อรวมทั้งโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ แนวทางการตรวจประเมิน ต้องมีการราวด์ของระบบIC ของ รพ.
ข้อ ๖๔ มีระบบการส่งต่อคืนข้อมูลผู้รับบริการทางรังสีตามมารฐานพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (PDPA) แนวทางการตรวจประเมิน สำหรับรพ.ที่ใช้ระบบ AI ในการอ่านผล ต้องดูว่ามีการขออนุญาตจาก อ.ย. หรือไม่ และไม่ควรใช้เพียงระบบAI ในการแปลผล จะต้องมีแพทย์หรือรังสีแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยร่วมด้วย


