เมตตา เสียสละ รับผิดชอบ

 

 

 

กรมอนามัย แนะ วิธีกำจัดเชื้อราบนผ้าห่ม ที่นอนให้สะอาด ลดเสี่ยงโรค สร้างสุขอนามัยที่ดี


           กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะกำจัดเชื้อราบนผ้าห่ม ที่นอน ให้สะอาดอย่างถูกวิธี ช่วยลดเสี่ยงโรค และสร้างสุขอนามัยที่ดีภายในบ้าน

     นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีที่การนำเสนอข่าวจากเพจ 3PlusNews เกี่ยวกับเห็ดราขึ้นที่ผ้าห่มและในที่นอนนั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อราคือความอับชื้นที่สะสมอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน โดยจะพบร่องรอยของเชื้อราได้ตามเฟอร์นิเจอร์เครื่องนอน ตู้เสื้อผ้า และพื้นที่ที่มีรูรั่วหรือรอยแตกของบ้านที่มีน้ำซึมและน้ำรั่วไหลเข้าภายในบ้าน ทำให้เปียกและอับชื้นเกิดเป็นแหล่งของเชื้อราได้หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อสุขภาพและก่อให้เกิดโรค เนื่องจากเชื้อราสามารถสร้างสปอร์ให้กระจายออกไปในอากาศ เมื่อสูดดมเข้าไปในปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ คัดจมูก ระคายเคืองตา และอาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมา เช่น โรคหอบหืดโรคปอดอักเสบ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้ เมื่อได้สัมผัสเชื้อราทางผิวหนังหรือการสูดดม จะทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่าง ๆ เช่น ผื่นแพ้ ตาอักเสบ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นต้น

           “สำหรับวิธีการกําจัดเชื้อราในบ้าน หากเป็นผ้าห่ม ให้นำไปต้มในน้ำร้อนเดือดเพื่อฆ่าเชื้อ จากนั้นนำมาซักและขยี้ให้สะอาดแล้วตากในที่ที่มีแสงแดด หากผ้าห่มมีเชื้อราขึ้นเป็นจำนวนมาก การกำจัดเชื้อราบนผ้าห่ม อาจไม่ได้ผล ควรนำไปทิ้งเพื่อป้องกันเชื้อราลุกลามไปยังจุดอื่น ๆ สำหรับเชื้อราบนที่นอนหรือฟูกที่มีร่องรอยหรือกลิ่นอับชื้น ให้กำจัดเชื้อราโดยเริ่มจากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพรมให้ทั่วที่นอน หรือใช้แอลกอฮอล์ล้างแผลผสมน้ำอุ่นเช็ดร่องรอยเชื้อราบนที่นอน จากนั้นนำที่นอนไปตากแดดจัด ๆ เมื่อที่นอนแห้งสนิท ให้ดูดฝุ่นที่นอนทั้ง 2 ด้านอีกครั้ง แต่หากยังพบร่องรอยเชื้อราจำนวนมากจนยากที่จะกำจัด ไม่ควรนำที่นอนหรือฟูกดังกล่าวมาใช้เพื่อสุขอนามัยการนอนที่ดี ทั้งนี้ ก่อนทำความสะอาดเพื่อกำจัดเชื้อรา ผ้าห่ม ที่นอนหรือฟูก ควรสวมหน้ากากถุงมือยางป้องกันการได้รับเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย จากนั้นเมื่อทำความสะอาดและกำจัดเชื้อราเสร็จแล้ว ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทันที” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

***

กรมอนามัย / 30มิถุนายน 2565


 จากหน่วยงาน : กรมอนามัย  เปิดดู 59 view
 วันที่ประกาศข่าว : 30 มิถุนายน 2565 เวลา 10:07 น.
© 2022 งานคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ,กลุ่มภารกิจยุทธศาสตร์และการพัฒนา.